Sreach
Custom Search

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ-ลูกจ้างชั่วคราวและ พนักงานราชการ ต่างกันอย่างไร2





ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ-ลูกจ้างชั่วคราวและ
พนักงานราชการ ต่างกันอย่างไร


***สวัสดีครับ คราวนี้เราจะพูดถึง “ลูกจ้างประจำ”
ว่าแตกต่างจาก “ข้าราชการ” ตรงไหน อย่างไร
ต้องขอขอบคุณ “คุณ ม2ท” ที่เอื้อเฟื้อบทความ
นะครับ

***ลูกจ้างประจำ ถ้าหากจะเรียกให้เต็มก็คือ
“ลูกจ้างประจำเงินงบประมาณ” (กระทรวงการคลัง)
ตามหลักการ เป็นกลุ่มการจ้างซึ่งส่วนราชการต่างๆ
สามารถดำเนินการคัดเลือกได้เอง
อาจใช้การสอบสัมภาษณ์และทดสอบภาคปฏิบัติ
ในการคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งกลุ่มการจ้างนี้
จะเป็นกลุ่มซึ่งเน้นความสามารถทางด้านช่างหรือด้านฝีมือ
ซึ่งต้องใช้เวลาหรือประสบการณ์สั่งสมมา

**ซึ่งโดยลักษณะงานจะไม่เน้นคุณวุฒิทางด้านวิชาชีพต่างๆ
ดังนั้น จึงทำให้ผู้จบ ป.4 , ป.6 , ป.7 , ม.ศ.3 ซึ่งไม่ใช่วิชาชีพ
ก็เข้าสู่ตำแหน่งได้ จะมีบางส่วนที่ต้องมีคุณวุฒิทางวิชาชีพ
เช่นกลุ่มลูกจ้างประจำซึ่งปฏิบัติงานลักษณะ
เดียวกันกับข้าราชการและกลุ่มช่างฝีมือเดิม
สิทธิและสวัสดิการต่างๆจะน้อยกว่าข้าราชการ
แต่ก็มากกว่าทุกกลุ่มที่เหลือ

**ตัวอย่างสิทธิประโยชน์ที่มีเช่น
สิทธิค่ารักษาพยาบาล(หมดสิทธิเมือเกษียณหรือลาออก)
สิทธิค่าการศึกษาบุตร(หมดสิทธิเมื่อเกษียณหรือลาออก)
และมีสิทธิรับบำเหน็จ และตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นมา
จะได้สิทธิเลือกรับบำเหน็จรายเดือน(บำนาญ)เพิ่มเติม
ลูกจ้างประจำเงินงบประมาณเดิมเรียกว่า
“ข้าราชพลเรือนวิสามัญ”ซึ่งเดิมมีสิทธิเลือกรับบำนาญได้
แต่หลังปี2518ได้เปลี่ยนชื่อเรียกจาก
“ข้าราชการพลเรือนวิสามัญ”
เป็นลูกจ้างประจำเงินงบประมาณและถูกตัดสิทธิ
ในการเลือกรับบำนาญตั้งแต่ปี 2518เป็นต้นมา
แต่ก็ต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์กลับคืนมาและ
เพิ่งจะได้มีสิทธิเลือกรับบำนาญ(บำเหน็จรายเดือน)
อีกครั้งก็เมื่อ 1 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา
(อย่างก็มีคนต่อสู้เพื่อพวกเราจนได้รับสิทธิ์นั้นกลับมา)


***ส่วนเงินสะสมเมื่ออกจากราชการ : ลูกจ้างประจำ
มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กสจ.
(กสจ = กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลูกจ้างประจำส่วนราชการ
ซึ่งจดทะเบียนแล้ว) ซึ่งสะสมโดยการหักเข้ากองทุน 4 %
(หรือ 3% )ของเงินเดือนและรัฐช่วยจ่ายสมทบให้อีก 4 %
(หรือ 3%)ของเงินเดือน (รวม 8 %) (ข้อมูลเรื่อง 3% หรือ4%
อาจคลาดเคลื่อนไปบ้างขอตรวจสอบก่อนนะครับ)
เมื่อเกษียณราชการจะไม่มีเงินก้อนใดๆตอบแทน
นอกจากเงินสะสม ผู้ซึ่งยังรับราชการอยู่
“ห้ามลาออกจากกองทุน กสจ.” เพราะถ้าลูกจ้างประจำลาออก
(ลาออกจาก กสจ. แต่ไม่ได้ออกจากงาน)
ก็จะได้เพียงแค่เงินที่ กสจ. ตัดไปเท่านั้นจะไม่รวม
เงินที่รัฐอุดหนุนให้(แต่ถ้าลาออกจ้างการเป็นลูกจ้างประจำ
คือลาออกจากงานก็จะได้รับเงินเต็มครับเพราะเป็น
การลาออกจากงานเลย) ลูกจ้างประจำซึ่งบรรจุใหม่
ตั้งแต่ปี 2540 ต้องเข้ากองทุน กสจ.ทุกคน
แต่ลูกจ้างประจำก่อนหน้านั้น ให้สิทธิเลือกจะเข้ากองทุน
กสจ.หรือไม่ก็ได้ แต่มีสิทธิเลือกครั้งแรกเพียงครั้งเดียว
คือครั้งเมื่อก่อตั้งกองทุนเมื่อปี 2540


***การคิดเงินบำเหน็จรายเดือน(บำนาญ)
ของลูกจ้างประจำทุกคน เวลาคิดเงินบำเหน็จรายเดือน
ให้ใช้เงินเดือนสุดท้ายคำนวณได้เลยซึ่งได้เท่าไร
ก็ได้รับตามนั้น (ระเบียบข้อนี้เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างประจำมาก
เพราะทำให้ได้รับเงินบำเหน็จรายเดือนได้สูงสุด
เนื่องจากฐานเงินเดือนการคิดไม่ถูกเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
และไม่มีเพดานห้ามเกิน 70 % )
***ส่วนเรื่อง “บำนาญตกทอด 15 เท่า”ยังต้องรอดูความชัดเจน
อีกทีแล้วจะนำมาลงให้ได้อ่านกันนะครับ
0000000000000000000000000000000


****สวัสดีครับในส่วนของลูกจ้างชั่วคราวและ
พนักงานราชการก็มีดังนี้ครับ

***ในส่วนลูกจ้างชั่วคราว
ลูกจ้างชั่วคราว : ลูกจ้างชั่วคราวมีที่มาคล้ายกับ
ลูกจ้างประจำเงินงบประมาณ แต่สิทธิและสวัสดิการต่างๆ
น้อยกว่ามากคือ ไม่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล
( ปัจจุบันใช้สิทธิประกันสังคม) ไม่มีสิทธิรับบำเหน็จ
ไม่มีสิทธิ์รับบำนาญ เดิมตำแหน่งของลูกจ้างชั่วคราว
จะเหมือนกับลูกจ้างประจำ แต่ต่อมาเมื่อรัฐควบคุม
จำนวนข้าราชการ และมีการจ้างลูกจ้างชั่วคราว
ในคุณวุฒิและตำแหน่งเช่นเดียวกับข้าราชการ
(จึงทำให้ลูกจ้างชั่วคราวบางตำแหน่ง มีคุณวุฒิ
และตำแหน่งเดียวกับข้าราชการ)

**การประเมินลูกจ้างชั่วคราวส่วนมากจะ
ประเมินผลเพื่อต่อจ้างปีละ 1 ครั้ง
ลูกจ้างชั่วคราวส่วนมากจะเป็นลูกจ้างซึ่ง
จ้างจากเงินรายได้ของส่วนราชการต่างๆเอง

**ระยะเวลาการจ้าง : ถึงแม้จะใช้คำว่าลูกจ้างชั่วคราวก็จริง
แต่การจ้างจริงจะจ้างยาวนาน จนถึงเกษียณราชการก็มี
อยู่ให้เห็นไม่น้อย สำหรับลูกจ้างชั่วคราว เท่าที่ทราบ
ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

นอกจากนี้ยังมีลูกจ้างประจำรายได้ของส่วนราชการต่างๆ
ซึ่งมีลักษณะเหมือนลูกจ้างชั่วคราวทุกประการ
แต่ระยะเวลาการจ้างยาวนานถึงจนเกษียณอายุราชการก็มี
00000000000000000000000
***พนักงานราชการ
พนักงานราชการ : พนักงานราชการ เป็นตำแหน่งซึ่ง
เพิ่งกำหนดขึ้นมาใหม่ เพื่อปฏิบัติงานเช่นเดียวกันกับ
ข้าราชการ เนื่องจากรัฐมีนโยบายไม่บรรจุข้าราชการเพิ่ม
สวัสดิการและสิทธิต่างๆของพนักงานราชการคล้ายกับ
ลูกจ้างชั่วคราวแต่คุณวุฒิและตำแหน่งคล้ายกับของข้าราชการ
พนักงานราชการเป็นแกนหลักในการปฏิบัติราชการ
เช่นเดียวกันกับข้าราชการ


**เนื่องจากพนักงานราชการปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน
กับข้าราชการ แต่สิทธิประโยชน์ทั้งทางตรงและอ้อมต่างๆ
น้อยกว่าข้าราชการมาก **ดังนั้นเงินค่าตอบแทน
(เงินเดือน)ของพนักงานราชการจึงถูกกำหน
***ให้สูงกว่าข้าราชการและลูกจ้างประจำมาก***
ดังนั้นก็อย่าน้อยใจนะครับ


**สำหรับระยะเวลาการจ้างของพนักงานราชการ
จะทำครั้งละ 4 ปี เมื่อครบ 4 ปี
จะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อต่อสัญญาจ้าง
เท่าที่ทราบพนักงานราชการ ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ


***สำหรับประเภทของพนักงานของรัฐต่างๆนี้
ยังมีแยกย่อยออกไปอีกในบางส่วนราชการ เช่น
พนักงานมหาวิทยาลัยส่วนงาน(เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยนั้นๆ)
พนักงานมหาวิทยาลัยเงินอุดหนุน(จากรัฐ)
ลูกจ้างประจำเงินรายได้(ของส่วนราชการ)
ลูกจ้างชั่วคราวเงินรายได้ (กินเงินรายได้ในส่วนราชการนั้นๆเอง)
ซึ่งจะมีสิทธิและสวัสดิการต่างๆไม่เท่าข้าราชการ
และลูกจ้างประจำเงินงบประมาณ
000000000000000000000000
***สำหรับกลุ่มการจ้างต่างๆซึ่งไม่ใช่ข้าราชการ
หากไม่มีระเบียบการปฏิบัติต่างๆกำหนดไว้โดยเฉพาะ
จะอ้างอิงตามของระเบียบของข้าราชการพลเรือน

**สำหรับข้าราชการพลเรือน ยังสามารถแบ่งย่อยออก
ไปได้อีกเช่น ข้าราชการพลเรือนประเภทสามัญ
ข้าราชการประจำรัฐสภา , ข้าราชการพลเรือนในพระองค์
นอกจากนี้ยังมีข้าราชการทหาร ตำรวจ
ข้าราชการประจำองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
(เช่นอบจ,อบต,เทศบาล,สุภาภิบาล,เมืงพัทยาและกรุงเทพมหานคร)


ซึ่งแต่ละประเภท อาจมีระเบียบปฏิบัติ , วินัย
แบบธรรมเนียม เครื่องแบบ เพิ่มเติมในแต่ละประเภทย่อย
เป็นของตนเองโดยเฉพาะได้อีก

**สรุป ชื่อเรียกหรือว่าตำแหน่งของลูกจ้างประจำเรา
ดูไม่ไพเราะเหมือนกลุ่มอื่นๆ รวมทั้งเกือบทุกตำแหน่ง
ไม่มีคุณวุฒิกำกับ ดูไม่โก้ ค่าตอบแทนพิเศษบางอย่งก็ไม่ได้
แต่ดูถึงสิทธิหลักๆสำคัญๆ ลูกจ้างประจำเราก็
ไม่เบาเลยจริงๆครับ หรือเพื่อนๆว่าไง แสดงความเห็น
ในกระดานสนทนากันบ้างนะครับ

สำหรับคำถามข้อสงสัยที่ว่า ลูกจ้างชั่วคราว –
พนักงานราชการ เข้างานมาที่หลัง
ทำไมกลับได้ตำแหน่งที่ดีกว่า ทั้งๆที่ทำงานเหมือนกันเลย ?
คงได้คำตอบแล้วนะครับ

ด้วยความปรารถนาดีครับ ........................................ม2ท
***และผมต้องขอขอบคุณ “คุณ ม2ท” ไว้ ณ.ที่นี้อีกครั้งนะครับ
ที่ให้ความกระจ่างกับพวกผมอย่างก็ได้รู้ว่าต่อไปต้องทำ หรือ
ต้องเรียกสิทธิ์อะไรอีก ขอขอบคุณ และสวัสดีทุกท่าน
เพื่อนลูกจ้างประจำ-ลูกจ้างชั่วคราวและเพื่อน ๆ น้อง ๆพนักงานราชการ
ทุกท่าน สวัสดีครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โปรดใช้ถ้อยคำสุภาพและกรุณาอย่าพาดพิงสถาบันหรือผู้บังคับบัญชา

บทความที่ได้รับความนิยม

ยิ่งอัพโหลดยิ่งได้เงิน สมัครฟรีคลิกเลย

Upgrade to a FileSonic Lifetime Premium account and download at incredible speed for EVER!